รีวิว โครงการเยาวชนภิวัฒน์ รุ่นที่ 5 (YP5)

เขียนเมื่อ 20 เมษายน พ.ศ.2561

ขอออกตัวก่อนเลยผมเป็นคนที่ผ่านการอบรมค่ายนี้มาแล้วในปี 2017 ครับ (YP5) บอกเลยดูกระทู้ก็เหมือนอยู่ในค่ายไปครึ่งก้าว 55555
มีซ่อน รูปใน spoil ถ้าครสนใจกิจกรรมไหนก็กดเข้าไปดูรูปเพิ่ม

                    เมื่อเข้าโค้งสุดท้ายในช่วงวัยเรียน ผมพบว่า สิ่งที่มหาลัยฯ สอนเรามันยังไม่ได้เติมเต็มในสิ่งที่ชีวิตทั้งชีวิตจำเป็นต้องเรียนรู้ เพราะจากที่ผมฝึกงานมา คนที่อยู่ในบริษัทไม่ได้มีเพียงในมหาลัยฯเดียวกัน ดังนั้นความคิด ความเชื่อ และ ทัศนคติชีวิต ย่อมมีความแตกต่างกัน ผมจึงเชื่อว่า ชีวิตในมหาลัยฯเป็นเพียงการสร้างฐานความรู้ในการทำอาชีพ แต่การหาความรู้ในการใช้ชีวิตกลับกลายเป็นสิ่งที่มหาลัยฯไม่สามารถมอบให้เราได้ทั้งหมด นับจากนั้นมาผมจึงเริ่มค้นหาสิ่งที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ในการใช้ชีวิตในอนาคตให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดี ที่สามารถช่วยเหลือตัวเอง และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ

                    จนมีวันหนึ่งหลังจากที่ได้ถามเพื่อนหลายๆคนที่เข้าค่ายอบรมต่างๆมา เพื่อนก็แนะนำค่ายค่ายหนึ่ง บอกว่าดีมาก มีชื่อว่า YP หลังจากไปส่องรวมรวบข้อมูลในเพจเฟสบุ๊คของโครงการ “โครงการอบรมเยาวชนภิวัฒน์” แล้วก็ส่องดูรูปกิจกรรมในค่ายไปเรื่อยๆ หลักจากดูเสร็จ สิ่งที่ผุดออกมาในหัวเลย คือ ดูน่าสนุกดีเว้ย ผิดกับที่คิดเอาไว้ว่าจะเน้นแต่วิชาการ เพราะ มันมีกิจกรรมเยอะมากที่แบบผมไม่เคยทำ แล้วก็รู้สึกเหมือนทุกคนในค่ายดูรักกัน ดูมีความสุขไปกับค่าย ผมจึงตัดสินใจลองสมัครดู และในที่สุด…ผมก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการนี้

ตลอดช่วงเวลาโครงการ มีแต่คน direct IG มาถามตลอดว่าแบบทำไรบ้าง ค่ายอะไรทำไมดูกิจกรรมดี ดูน่าเข้าอะ ที่ผมชอบมากคือตรงที่ได้เรียนกับ Speaker ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของประเทศในด้านต่างๆ ส่วนคำถามที่เจอมากที่สุดก็จะเป็นพวก อยากเข้าบ้างต้องทำไง รับสมัครเมื่อไหร่ ทำให้ผมคิดอยากจะมา Review ค่ายYP ให้ทุกคนได้รับรู้ว่าค่ายนี้เป็นยังไงบ้าง

ถ้าเขียนผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้

ก่อนอื่นผมจะขอเล่าที่มาของค่ายคร่าวๆ (มีสรุปในตอนท้าย)

YP ย่อมาจาก Youth Prosperity  
เป็นโครงการที่จัดตั้งโดย บยส.16 ( บยส.16 = หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 16) ที่ได้จัดทำขึ้นเป็น CSR เพื่อปลูกฝังความเข้มแข็งให้กับหนุ่มสาวยุคใหม่ที่เป็นรากฐานของสังคมของเราให้กลายมาเป็นผู้นำมีความรู้ความสามารถ รู้เท่าทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน แล้วเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคม และร่วมกันพัฒนาประเทศชาติในอนาคต

รุ่นที่ผมเข้านั้นเป็นรุ่นที่ 5 หรือเรียก yp5 ซึ่งรอบที่กำลังเปิดรับอยู่นั้น คือรุ่นที่ 6 (YP6) ซึ่งเปิดรับตั้งแต่ 10 april นี้ ถึง 10 may 2018 เข้าไปสมัครดูข้อมูลได้ใน https://www.facebook.com/yaowachonpiwat/

จริงๆไม่ต้องคิดแล้วสมัครไปเลย เชื่อผม 55555555

โครงการอบรมนี้ ทำอะไรกันบ้างตลอดเวลา 4 เดือน
ผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้ ความรู้ต่างๆจากวิทยากรที่มาบรรยาย ซึ่งหลายๆท่านก็มาจาก บยส.16โดยจะสอนวิชาที่หลากหลายด้านที่ไม่มีสอนในห้องเรียน ขึ้นกับความเชี่ยวชาญของวิทยากร มีการทำกิจกรรมต่างๆซึ่งจะให้ผู้เข้าอบรมได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องตลอดจนจบโครงการไม่ว่าเป็นด้านสังคม ด้าน Management รวมไปถึงมีการทำโปรเจค ทั้งด้านธุรกิจ และ CSR ถือว่าได้ทำกิจกรรมหลากหลายมากๆเลย

สถานที่และเวลาเรียน
เราจะเดินทางไปเรียนที่ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (Judical Training Institute) สามารถมาได้ทั้ง ทาง MRT ลาดพร้าว หรือ สามารถขับรถมาจอดที่สถาบันได้เลยเข้าเรียนทุกวันเสาร์ ตั้งแต่ 9.00 – 16.45 น. (เหมือนจะนานแต่พอมาเรียน แปปเดียวจริงๆ) ห้องเรียนที่ใช้เข้าเรียน ก็จะเป็นห้องเรียนที่ข้าราชการตุลาการใช้จริง
แต่จะมีกิจกรรมนอกตารางบ้าง บางครั้งก็มีทริปไปต่างจังหวัด แยกออกมาจากการเรียน

นอกจากได้ความรู้อย่างหลากหลายแล้ว // บรีฟคร่าวๆ เด่วเนื้อหากับรูปภาพมีเต็มครับ

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้แตกต่างจากโครงการอื่นก็คือ
เวลาเรียนของโครงการ โครงการนี้จะเรียนทุกๆวันเสาร์ ทำให้ไม่กระทบเวลาทำงานของทุกคนแน่ๆ นอกจากนี้ ในโครงการเราจะอยู่ด้วยกับแบบ“ครอบครัว” โดยทุกคนจะเรียก คุณอาจากบยส.16 ว่า “คุณอา” และแทนตัวเองว่า “หลาน” โชว์ให้เห็นถึงความสนิทที่คุณอาทุกๆท่านได้สละเวลา มาคอยดูแลหลานๆทุกคนอย่างเต็มที่ เป็นทั้งที่ปรึกษา และครูอาจารย์ที่ดีให้กับหลานๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบมากๆ และต้องบอกเลยว่า ไม่มีโอกาสแบบนี้จากที่ไหนอีกแล้ว คุณอาแต่ละท่านเป็นคนใหญ่โตในสังคมไทยทั้งนั้นนนนนน

คำเตือน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!FREE!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ฟรีทุกอย่าง อบรมฟรี ทริปต่างจังหวัดฟรี กิจกรรมต่างๆก็ฟรี แถมมีอาหารเช้าและอาหารเที่ยง รวมถึงของว่างนานาชนิด ฟรี! ตลอดโครงการ และต้องบอกว่าอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก หลากหลายมากกกกกกกกกกกกกก และจบโครงการ อุดมสมบูรณ์กันทุกคน 5555555 รุ่น 5 ที่ผ่านมาได้กิน อาหารเจ้าเด็ดจากร้านต่างๆทุกอาทิตย์ ทั้งนี้ต้องขอบคุณทางคุณอาทุกท่านที่ช่วยกันสนับสนุนค่าใช้จ่าย หลักกว่าล้านบาทเลยทีเดียว เพื่อให้หลานๆได้เต็มที่กับการอบรมตลอดโครงการ

ต่อจากนี้ผมจะมา Review กิจกรรมในโครงการ และ สิ่งที่ได้จากโครงการ

1. Trip ต่างๆ (Ice breaking, ศึกษางานธุรกิจ, ทดลองดำนา)
    – กิจกรรมแรกของค่ายคือ ทริปไปต่างจังหวัด ซึ่งเป็นทริปบังคับ เอ้ะ หลายๆคนอ่านแล้วอาจจะสงสัย ยังไม่รู้จักกันแต่ไปต่างจังหวัดกันเลยเนี่ยนะ แต่ผมขอบอกเลยว่า บรรยากาศทุกอย่างเป็นกันเองสุดๆ คุณอาเตรียมกิจกรรมให้ทำร่วมกันทั้งสนุก ทั้งตะหลกโปกฮา และได้ทำความรู้จักกันไปในตัว โดยทริปในครั้งนี้ทำให้เพื่อนๆทุกคนในค่าย yp สนิทกันเร็วมากๆครับ อีกอย่างคือ โรงแรมดีจริงๆครับ บรรยากาศสวย อากาศดี จีบกันสนุกครับ ฮ่าๆ ผมหมายถึงตอนเช้าเค้ามีขนมจีบให้กินนะ เอางี้มาดูที่พักกับกิจกรรมเล็กๆน้อยกันดีกว่า

    – ทริปต่อไปเราได้มีโอกาสไปชมและศึกษางานภาคอุตสาหกรรมที่ โรงงาน Oishi โดยเราจะได้เข้าไปดูงานตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตในแต่ละขั้นตอนเลยทีเดียว รวมถึง ได้เข้าร่วมฟังบรรยายนโยบายต่างๆและวิธีการวางแผนและรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆในอนาคตของทาง Oishi ด้วย (ประเด็นคือหยิบชาได้ไม่อั้น และอาหารกลางวันจาก oishi ฟรีครับ อิอิ)

   – นอกจากงานภาคอุตสาหกรรม เรายังได้เดินทางไปยัง สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่เพียงเท่านั้น จุดพีคของทริปนี้คือ พวกเราจะได้ทดลองลงไปดำนากันเองด้วย ตอนแรกผมก็ไม่กล้าลงไปในโคลนนะ แต่พอได้ลองทำแล้วสนุกมากเลย ถึงจะเลอะไปหน่อย แต่ก็คงเป็นประสบการณ์ครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต ถือว่าหาประสบการณ์นี้จากที่ไหนไม่ได้เลยในยุคสมัยนี้ //ตอนแรกก็ไม่มีใครกล้าลงไปดำนานะ แต่พอลงเท่านั้นแหละ ลงเลย 5555

******* แต่ทริปเด็ดของเราเลยคือ ทริปบุรีรัมย์ ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าทางคุณอาเนวินก็เปรียบเสมือนคุณอา yp คนนึงเลยก็ว่าได้ ทำให้ทริปในครั้งนี้ได้รับการดูแลพิเศษมากๆ ได้มีโอกาสเข้าร่วมรับชมฟุตบอลบรุรีรัมย์ นั่งที่นั่ง VIP และพอฟุตบอลเตะจบ ก็ได้มีโอกาสลงไปในสนามแข่งสัมผัสพื้นหญ้าอันแสนนุ่ม และถ่ายรูปกับคุณอาเนวิน เรียกได้ว่า ได้กระทบไหล่กับคุณอาเนวินเลยก็ว่าได้ครับ แล้ววันต่อมา คุณอาเนวินก็พาหลานๆทุกคนไปทัวร์ที่สนามแข่งรถ ซึ่งเปิดหูเปิดตาพวกเรามากๆเพราะทำให้เราได้รู้ว่าระบบการดูแลต่างของสนามแข่งรถเป็นอย่างไร หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้ไปศึกษาชุมชมหนองตาเข้ม และร่วมเล่นกีฬากับชาวบ้าน อีกทั้งยังได้ไปเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง โอโห ผมบอกได้เลยว่าในรูปว่าสวยแล้ว ของจริงสวยกว่าครับ (หมายถึงสาวๆบุรีรัมย์นะ ฮ่าๆ ล้อเล่นครับ) สวยงามจริงๆครับ ในรุ่นทุกรุ่นจะมีคนเล่นกล้องอย่างน้อย 1 คนครับ ทำให้ได้รูปสวยๆลงเฟสไอจีกันทุกคนครับผม และยังขอย้ำคำเดิมนะครับว่าทุกๆอย่าง ฟรีหมด ไม่เสียเงินครับ

2.Guest Speaker ขั้นเทพ (โครตเท่ได้เรียนกับระดับเทพ)
    สิ่งที่เราจะได้เรียน ไม่ใช่ความรู้ที่เจอในห้องเรียนธรรมดาแน่ๆ และ Speaker แต่ละคนที่เราจะได้เจอนั้น รับรองไปหาฟังนอกค่ายไม่ได้ นอกจากได้รับความรู้หลากหลายวิชาจากผู้เชี่ยวชาญ ยังได้รับความรู้รอบตัว ได้รับฟังประสบการณ์ และคำสอน ของผู้บรรยายที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน ผมก็มีรูป ตารางเรียนบางวันมาฝากด้วย

นี่ก็เป็นตัวอย่าง Guest Speaker ส่วนหนึ่งนะครับ

3.ค่ายที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดใน 3 โลกกกก
    ค่ายของเราจะแบ่งอาหารออกเป็น 4 มื้อ คือ มื้อเช้า อาหารว่าง มื้อกลางวัน อาหารว่าง แล้วส่วนใหญ่หลังเลิกเรียนก็กันไปกินช้าวกันต่อ 5555 มีอาหารแนวไหนบ้าง? คงไม่ต้องพูดอะไรมากไปดูรูปกันเลยดีกว่า ขนาดผมย้อนกลับมาดูยังหิวเลยเนี่ย
หมายเหตุ: มื้อเช้าในแต่ละอาทิตย์เราจะต้องเป็นคนเตรียมกันเอง โดยคุณอาจะมีงบประมาณให้

เรียกว่าไม่อ้วนให้รู้กันไปดีกว่าครับ 555555555555

4.Connection
    อย่างที่ผมกล่าวไปข้างต้น โครงการนี้เป็นโครงการที่จัดขึ้นจากกลุ่มๆคุณอา บยสรุ่นที่ 16 ซึ่งคุณอาแต่ละท่านเป็นผู้ใหญ่ในสังคมและมีประสบการณ์ที่มากมาย ซึ่งบอกได้เลยว่าโอกาสที่จะได้รู้จักคุณอาแต่ละท่านน้อยมากๆถ้าเราไม่ได้เรียนโครงการนี้ และการที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่ในโครงการที่มาจากหลากหลายมหาวิทยาลัยทำให้เราเปิดหูเปิดตา บ้างก็เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ บ้างก็รับราชการแล้ว จึงเป็นโอกาสที่ดีมากมากที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาช่วยเหลือกันได้ในเวลาที่เดือดร้อน จากประสบการณ์ส่วนตัวบอกได้เลยครับว่า เพื่อน yp ไม่ทิ้งกันแน่นอน

5.Party กิจกรรมหลังคาบเรียน (บางสัปดาห์)
    สำหรับ yp ผมบอกได้เลยว่าการจัดปาร์ตี้ไม่จำเป็นต้องไปหาสถานที่ให้วุ่นวายหรือเสียเงินไปจัดตามร้านต่างๆ เพราะสถานที่อบรมจะมีห้องที่สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ และที่แจ่มๆเลยคือคุณอามีงบประมาณให้สำหรับค่าตกแต่งและอาหารของกินด้วย ฮ่าๆ และแต่ละครั้งพวกเราก็ต้องคิด theme กันว่าจะจัดแบบไหน ซึ่งก็จะสนุกไปอีกแบบ และบอกได้เลยว่างานอกมาดีทุกรอบจริงๆครับ คุณอาให้บทเรียนที่ดีกับหลานๆจริงๆครับ

6.กีฬาสี yp
    กิจกรรมนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการนี้เลยก็ว่าได้ครับ โดยกิจกรรมนี้คุณอาจะมีแค่สถานที่กับงบประมาณให้ ส่วนที่เหลือหลานๆต้องเป็นคนวางแผน และจัดการกันเอง ซึ่งคุณอาก็จะคอยให้คำปรึกษาอยู่ตลอด ทำให้หลานๆได้ฝึก management skill ไปในตัว แต่จุดเด่นจริงๆที่ผมจะบอกเลยคือตัวกีฬาที่แข่งกันสำหรับหลานๆ มีทั้งแข่งแชร์บอล ชักเย่อ และอื่นๆมากมาย (ประเด็นคือผู้ชายได้เล่นกับผู้หญิงเลยครับ ฮ่าๆ เล่นกีฬานะอย่าคิดไปไกล) ก็ทำให้หลานๆได้ฝึกความเป็นทีมเวริ์คไปในตัว เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ประทับใจมากๆครับ

7.รายงาน “ถอดแบบคุณอา”
    ฟังคำว่ารายงานแล้วหลายๆคนอาจจะเบ้หน้าหนี แต่ผมบอกได้เลยว่าการทำรายงานครั้งนี้ไม่ใช่รายงานที่น่าเบื่อเหมือนตอนที่เราเรียน เรียกว่าเป็นกิจกรรมนึงน่าจะเหมาะสมกว่า โดยเราและเพื่อนในกลุ่มต้องไปสำภาษณ์คุณอา บยส.16 ถึงเกี่ยวกับชีวประวัติ ทั้งด้านครอบครัว การงาน เป็นต้น ซึ่งคุณอาแต่ละท่านจะมีข้อแนะนำในการพัฒนาตนเอง และใช้ชีวิตให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคมต่อไป จากประสบการณ์ส่วนตัวคือ หลังจากสัมภาษณ์เสร็จคุณอาก็พาคนในกลุ่มทุกคนไปเลี้ยงซูชิด้วยครับ อร่อยจังตังอยู่ครบของจริง

8. YP family

  บอกได้เลยว่า yp อยู่กันแบบพี่น้อง ทุกๆคนเป็นเหมือนพี่น้องกันหมด โดยในการเรียนทุกๆครั้งรุ่นพี่ที่จบไปแล้วก็จะกลับมาเป็น staff และดูแลรุ่นต่อไปอย่างใกล้ชิด และกลับมาร่วมกิจกรรมต่างๆอยู่เสมอ หลายๆคนไปเจอกันข้างนอก พอรู้ว่ามาจาก yp เหมือนกันถึงแม้ว่าจะมาจากคนละรุ่น ก็จะคอยให้ความช่วยเหลือกันอยู่เสมอ โดยผมมองว่าโอกาสนี้ทำให้เราได้รู้จักคนมากขึ้นที่ไม่ใช่แค่รุ่นของเราเอง และรุ่นพี่ทุกๆคนก็จะพูดอยู่ตลอดว่า “เรา yp เหมือนกันมีอะไรก็ช่วยเหลือกันอยู่แล้ว” หลายคนอาจจะคิดว่าโหพูดจาเว่อวังมาก แต่ผมบอกได้เลยครับ ในโลกของความเป็นจริงการที่มีคนรู้จักที่คอยช่วยเหลือกันและกัน มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ

9.ฝึกการวางแผนและจัดการ (Management Skill)
    กิจกรรมส่วนใหญ่ในค่ายนั้น เราเป็นคนจัดกันเองนะครับ โดยเราจะมีการแบ่งกลุ่ม ผลัดกันเป็นทีมจัดงานต่างๆ ถามว่าต้องทำอะไรบ้าง ก็ตั้งแต่ติดต่อสถานที่ ประสานงานแต่ละฝ่าย จัดหาอาหารในบางงาน ประชุมวางแผนงาน แบ่งหน้าที่ เลือกตั้งกรรมการ แก้ไขปัญหาต่างๆเพื่อพัฒนาค่ายเราให้ดีขึ้น โดยเราจะได้คำแนะนำจากคุณอา บยส.16 และพี่ๆ YP รุ่นก่อนๆ คอยช่วยเหลือ ผมพูดว่าค่ายนี้ทำให้ผมเป็นงานขึ้นเยอะ เพราะเราได้ทำงานหลายๆฝ่ายเลย นอกจากนี้ยังสอนการทำงานร่วมกับผู้อื่นอีกด้วย อีกทั้งยังได้เข้าร่วมวางแผนงานต่างๆไปพร้อมๆกับผู้มีประสบการณ์ ลืมบอกไป มีการเลือกตั้งคณะกรรมการในแต่ละรุ่นด้วยนะ จริงจังไปอีกกก 55555

10. กิจกรรมนอกเวลา
    10.1 กิจกรรมนอกเวลาหลังเลิกเรียน

โดยปกติแล้วในทุกๆสัปดาห์ที่ไม่มีงานปาร์ตี้ต่อ หลายๆคนก็จะเริ่มคุยกันก่อนเลิกเรียนแล้วว่า เห้ยเรียนเสร็จแล้วไปต่อไหน อย่างที่ผมบอกไปครับ สถานที่เรียนของเรานั้นอยู่ใจกลางเมืองถนนรัชดาทำให้ไปจะไหนมาไหนก็ง่ายต่อการเดินทาง เลี้ยวซ้ายก็ลาดพร้าว เลี้ยวขวาก็ทองหล่อ โอโห บอกได้เลยว่าแจ่มครับ โดยส่วนใหญ่ก็จะนัดกันไปทานข้าวเย็น นั่งชิว คุยเล่นกัน เล่นบอร์ดเกม หรือบางอาทิตย์ก็นัดกันไปตีแบตกันครับ บอกได้เลยว่าครบมากครับ ทั้งเที่ยวและออกกำลังกาย ดีต่อสุขภาพกายและใจจริงๆครับ

10.2 กิจกรรมหลังจบโครงการ
    บอกได้เลยว่าถึงแม้เรียนจะจบแต่กิจกรรมต่างๆยังไม่จบนะครับ โดยรุ่นผมก็ยังมีนัดไปทานข้าวด้วยกันเรื่อยๆ หลายๆคนอาจจะบอกว่า โหธรรมดาอะนัดกินข้าวกันก็เรื่องปกติ แต่ของ yp ก็ยังมีนัดกันไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันซึ่งเป็นทริปที่ไปทำ CSR ผมบอกได้เลยว่าเป็นความทรงจำที่ดีมากๆครับ เพื่อนบางคนไม่ได้มาเจอกันนานก็ยังพูดคุยหยอกล้อเฮฮากันเป็นปกติครับ และไม่นานมานี้ก็มีกิจกรรมรวมรุ่นตั้งแต่ yp1-5 reunion พี่น้องทุกคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง บางคนก็กลับมาอัพเดทเรื่องราวในชีวิต การเรียน การงานต่างๆให้เพื่อนๆฟังกัน เป็นโมเมนต์ที่สุดๆจริงๆครับ

11.สรุป
    จากมุมมองส่วนตัวของผม ผมจะสรุปมาให้อ่านกันสั้นๆครับ หลังจากที่มีประสบการณ์เรียนค่ายต่างๆมาบ้าง ผมบอกได้เลยว่า yp แตกต่างจากค่ายอื่นๆครับ ซึ่งจุดที่แตกต่างของค่ายนี้เลยก็คือ การอยู่กันแบบ อากับหลานครับ คุณอาทุกท่านลงมาดูแลเด็กทุกคนเองกับมือเลยครับ เป็นมิตรภาพที่หาจากที่ไหนไม่ได้แล้วครับ โดยผมจะสรุปเป็นข้อสั้นๆนะครับ

ความรู้ – ได้ความรู้แบบจัดเต็มในทุกสาขา ทั้ง กฎหมาย ธุรกิจ การศึกษา เทคโนโลยี การพัฒนาตัวเอง ความรู้การแพทย์ มุมมองการใช้ชีวิต และอีกหลายอย่างมากมาย รับรองเรียนไม่มีเบื่อ นอกจากนี้ยังมีความรู้นอกห้องเรียน จากการแชร์กันของพี่ๆ เพื่อนๆ ในค่าย
Management Skill – ได้ฝึกจัดการงาน บริหารงาน ประสานงาน ฯลฯ โดยมีผู้มากประสบการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิด (ทั้งเพื่อน ทั้งอา ทั้งพี่)
ประสบการณ์ – ได้ฝึกการบริหารงาน ได้ลองทำกิจกรรมกับเพื่อนๆที่ไม่เคยทำมาก่อน ได้เปิดโลกกว้าง ได้รับแรงบันดาลใจมากมาย (หลายคนก็ได้เริ่มทำธุรกิจหลังจากเข้า yp)
ครอบครัว – เนื่องจากค่ายเราค่อนข้างนาน และการที่เรามาเจอกันทุกอาทิตย์ไม่ว่าจะในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียนจนกลายเป็น routine ทำให้เราค่อนข้างรู้สึกผูกพัน ทั้งเพื่อนๆพี่ๆคุณอาที่คอยดูแลกันและกัน สำหรับผมเป็นความรักและมิตรภาพที่อบอุ่นมากๆ
ความหลากหลาย – นอกจากความรู้ และ กิจกรรมที่มีความหลากหลายแล้ว เรายังได้เพื่อนที่มีความหลายทั้งอาชีพ (ตำรวจ หมอ นักธุรกิจ นักกฎหมาย นักบัญชี วิศวกร นักศึกษา นักเขียน ฯลฯ) ทั้งอายุ ทำให้ได้เรียนรู้ รู้จักเรื่องใหม่ๆตลอดเวลา
Connection – ค่ายนี้เปิดให้เราได้รู้จักคุณอาผู้ซึ่งคนใหญ่คนโตในสังคม และ เพื่อนๆที่คอยช่วยเหลือเราตลอดเวลา ซึ่งเป็นมากกว่า connection ที่เหนียวแน่น แต่เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อทุกคนในอนาคต

สุดท้ายผมอยากขอขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆและคุณอาทุกๆท่านที่ทำให้ผมได้มีครอบครัวที่ดีและได้รับประสบการณืที่อบอุ่นทึ่ผมคงจะไม่สามารถหาได้จากที่ไหนเลยครับ

ถ้ามีข้อสงสัยประการใดก็สามารถ สอบถามผมใต้คอมเม้นได้เลยนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ